ทุกอย่างที่ตกลงกันจากการถามคำถามข้างต้น ต้องถูกเขียนลงไปในสัญญาจ้างและเอกสารแนบท้ายสัญญา ทั้งหมด หากผู้รับเหมาบ่ายเบี่ยงที่จะระบุรายละเอียดลงในกระดาษ ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนเลยว่าอาจจะมีความเสี่ยง
อย่าตัดสินใจจ้างเพียงเพราะรูปภาพสวยๆ ในเพจ Facebook หรือเล่มพอร์ตโฟลิโอ เพราะภาพถ่ายสามารถตกแต่งหรือหยิบยืมกันมาได้
สิ่งที่ต้องสังเกต: การขอไปดูหน้างานจริงที่กำลังก่อสร้างอยู่ (Site Visit) จะทำให้คุณเห็น “นิสัย” การทำงาน ความสะอาดของไซต์งาน การกองวัสดุ และความเป็นระเบียบของทีมช่าง ซึ่งสะท้อนถึงคุณภาพงานที่จะเกิดขึ้นกับบ้านของคุณ
ทำไมต้องถาม: หากผู้รับเหมาหลักรับงานแล้วส่งต่อให้ทีมอื่นทำทั้งหมด (กินหัวคิว) ความเสี่ยงในการทิ้งงานจะสูงขึ้น และการควบคุมคุณภาพจะยากขึ้น คุณควรเลือกเจ้าที่มีทีมช่างหลักเป็นของตัวเอง หรือมีโฟร์แมนคุมงานประจำอยู่ที่หน้างานเสมอ
สัญญาที่เอาเปรียบมักจะขอเบิกเงินงวดแรก (Advance) สูงๆ เช่น 30-40% ทั้งที่ยังไม่เริ่มงาน
สิ่งที่ควรเป็น: งวดการจ่ายเงินต้องสัมพันธ์กับความคืบหน้าของงานจริง (Progress Payment) เช่น งานเสร็จ 20% จ่าย 20% และควรเหลือเงินงวดสุดท้ายไว้อย่างน้อย 5-10% เพื่อจ่ายเมื่อตรวจสอบความเรียบร้อยและส่งมอบงานเสร็จสมบูรณ์แล้วเท่านั้น
นี่คือหัวใจสำคัญที่สุดของสัญญา ห้ามเซ็นสัญญาเหมาโดยมีแค่ “ราคารวม” เด็ดขาด
ความสำคัญ: BOQ จะแจกแจงรายละเอียดว่าใช้อิฐกี่ก้อน ปูนกี่ยี่ห้อ กระเบื้องตารางเมตรละเท่าไหร่ หากไม่มีเอกสารนี้ เวลาคุณต้องการลดสเปกของเพื่อประหยัดเงิน หรือต้องการเพิ่มเนื้องาน จะไม่มีราคากลางไว้อ้างอิง ทำให้เกิดข้อพิพาทได้ง่า
บ้านสร้างเสร็จไม่ได้แปลว่าจบ เพราะปัญหามักจะตามมาหลังจากเข้าอยู่แล้ว
มาตรฐานที่ควรได้รับ:
งานโครงสร้าง: (เสา, คาน, ฐานราก) ควรรับประกันอย่างน้อย 5 ปี
งานสถาปัตยกรรม: (สี, กระเบื้อง, น้ำรั่วซึม) ควรรับประกันอย่างน้อย 1 ปี ต้องระบุให้ชัดเจนในสัญญาว่า หากเกิดความเสียหาย ใครจะเป็นคนเข้ามาซ่อม และภายในกี่วัน
สัญญาที่ดีต้องมีบทลงโทษทั้งสองฝ่าย ระบุวันเริ่มงานและวันส่งมอบงานให้เป็นวันที่ในปฏิทินอย่างชัดเจน (ไม่ใช่แค่นับจำนวนวัน)
อัตราค่าปรับ: ตามกฎหมายหรือมาตรฐานทั่วไปมักอยู่ที่ 0.01% – 0.1% ของมูลค่าสัญญาต่อวัน การมีค่าปรับจะช่วยกระตุ้นให้ผู้รับเหมาบริหารจัดการเวลาให้ดีขึ้น
คำว่า “สุขภัณฑ์มาตรฐาน” หรือ “กระเบื้องเกรด A” เป็นคำที่กว้างเกินไปและก่อให้เกิดปัญหาได้
วิธีแก้: ต้องระบุ ยี่ห้อ, รุ่น, สี, หรือรหัสสินค้า ลงไปในสัญญาเลย หากของขาดตลาดจะใช้อะไรทดแทน ในราคาที่เท่ากัน ต้องตกลงกันให้จบก่อนเริ่มงาน