ทุกอย่างที่ตกลงกันจากการถามคำถามข้างต้น ต้องถูกเขียนลงไปในสัญญาจ้างและเอกสารแนบท้ายสัญญา ทั้งหมด

      ทุกอย่างที่ตกลงกันจากการถามคำถามข้างต้น ต้องถูกเขียนลงไปในสัญญาจ้างและเอกสารแนบท้ายสัญญา ทั้งหมด หากผู้รับเหมาบ่ายเบี่ยงที่จะระบุรายละเอียดลงในกระดาษ ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนเลยว่าอาจจะมีความเสี่ยง

"สัญญาใจ ไม่มีจริงในวงการก่อสร้าง"

1. "ขอดูผลงานจริงและหน้างานปัจจุบันได้ไหม?"

  • อย่าตัดสินใจจ้างเพียงเพราะรูปภาพสวยๆ ในเพจ Facebook หรือเล่มพอร์ตโฟลิโอ เพราะภาพถ่ายสามารถตกแต่งหรือหยิบยืมกันมาได้

    • สิ่งที่ต้องสังเกต: การขอไปดูหน้างานจริงที่กำลังก่อสร้างอยู่ (Site Visit) จะทำให้คุณเห็น “นิสัย” การทำงาน ความสะอาดของไซต์งาน การกองวัสดุ และความเป็นระเบียบของทีมช่าง ซึ่งสะท้อนถึงคุณภาพงานที่จะเกิดขึ้นกับบ้านของคุณ

2. "ใครคือคนคุมงาน และใช้ทีมช่างชุดไหน?"

  • คำถามเจาะลึก: ทีมช่างเป็นลูกน้องประจำของบริษัท หรือเป็นการจ้างผู้รับเหมาช่วง (Sub-contract) ต่ออีกทอด?
    • ทำไมต้องถาม: หากผู้รับเหมาหลักรับงานแล้วส่งต่อให้ทีมอื่นทำทั้งหมด (กินหัวคิว) ความเสี่ยงในการทิ้งงานจะสูงขึ้น และการควบคุมคุณภาพจะยากขึ้น คุณควรเลือกเจ้าที่มีทีมช่างหลักเป็นของตัวเอง หรือมีโฟร์แมนคุมงานประจำอยู่ที่หน้างานเสมอ

3. "มีใบ BOQ (บัญชีแสดงปริมาณวัสดุ) ให้ตรวจสอบหรือไม่?"

  • สัญญาที่เอาเปรียบมักจะขอเบิกเงินงวดแรก (Advance) สูงๆ เช่น 30-40% ทั้งที่ยังไม่เริ่มงาน

    • สิ่งที่ควรเป็น: งวดการจ่ายเงินต้องสัมพันธ์กับความคืบหน้าของงานจริง (Progress Payment) เช่น งานเสร็จ 20% จ่าย 20% และควรเหลือเงินงวดสุดท้ายไว้อย่างน้อย 5-10% เพื่อจ่ายเมื่อตรวจสอบความเรียบร้อยและส่งมอบงานเสร็จสมบูรณ์แล้วเท่านั้น

4. "งวดการจ่ายเงิน แบ่งอย่างไร?"

  • นี่คือหัวใจสำคัญที่สุดของสัญญา ห้ามเซ็นสัญญาเหมาโดยมีแค่ “ราคารวม” เด็ดขาด

    • ความสำคัญ: BOQ จะแจกแจงรายละเอียดว่าใช้อิฐกี่ก้อน ปูนกี่ยี่ห้อ กระเบื้องตารางเมตรละเท่าไหร่ หากไม่มีเอกสารนี้ เวลาคุณต้องการลดสเปกของเพื่อประหยัดเงิน หรือต้องการเพิ่มเนื้องาน จะไม่มีราคากลางไว้อ้างอิง ทำให้เกิดข้อพิพาทได้ง่า

5. "รับประกันงานกี่ปี และครอบคลุมส่วนไหนบ้าง?"

  • บ้านสร้างเสร็จไม่ได้แปลว่าจบ เพราะปัญหามักจะตามมาหลังจากเข้าอยู่แล้ว

    • มาตรฐานที่ควรได้รับ:

      • งานโครงสร้าง: (เสา, คาน, ฐานราก) ควรรับประกันอย่างน้อย 5 ปี

      • งานสถาปัตยกรรม: (สี, กระเบื้อง, น้ำรั่วซึม) ควรรับประกันอย่างน้อย 1 ปี ต้องระบุให้ชัดเจนในสัญญาว่า หากเกิดความเสียหาย ใครจะเป็นคนเข้ามาซ่อม และภายในกี่วัน

6. "ถ้างานล่าช้า มีค่าปรับวันละเท่าไหร่?"

  • สัญญาที่ดีต้องมีบทลงโทษทั้งสองฝ่าย ระบุวันเริ่มงานและวันส่งมอบงานให้เป็นวันที่ในปฏิทินอย่างชัดเจน (ไม่ใช่แค่นับจำนวนวัน)

    • อัตราค่าปรับ: ตามกฎหมายหรือมาตรฐานทั่วไปมักอยู่ที่ 0.01% – 0.1% ของมูลค่าสัญญาต่อวัน การมีค่าปรับจะช่วยกระตุ้นให้ผู้รับเหมาบริหารจัดการเวลาให้ดีขึ้น

7. "สเปกวัสดุระบุรุ่นและยี่ห้อชัดเจนหรือยัง?"

  • คำว่า “สุขภัณฑ์มาตรฐาน” หรือ “กระเบื้องเกรด A” เป็นคำที่กว้างเกินไปและก่อให้เกิดปัญหาได้

    • วิธีแก้: ต้องระบุ ยี่ห้อ, รุ่น, สี, หรือรหัสสินค้า ลงไปในสัญญาเลย หากของขาดตลาดจะใช้อะไรทดแทน ในราคาที่เท่ากัน ต้องตกลงกันให้จบก่อนเริ่มงาน